Showing posts with label เทคนิคถ่ายภาพ. Show all posts

เทคนิคถ่ายภาพอาหาร ให้น่ากินชวนหิว

                          ไปร้าน อาหารไหนก็เห็นบ๊อยบ่อย ที่ควักกล้อง หรือมือถือออกมาถ่ายภาพอาหาร ขนม กันคนละแชะ สองแชะ ก่อนจะรับประทาน ซึ่งส่วนใหญ่ก็ถ่ายไว้ยั่วน้ำลายเพื่อนๆ บน Facebook วันนี้เราวิธีการถ่ายภาพอาหารให้ดูน่ารับประทานมาฝากกัน\\
ภาพจาก http://www.pixpros.net/forums/showthread.php?p=498248


1. เลือกร้านอาหาร
แน่ นอนว่าจะถ่ายภาพอาหารทั้งที ก็ต้องไปให้ถึงร้านอาหารหรือแหล่งอาหารนั้น ๆ โดยเฉพาะร้านอาหารร้านโปรด รสชาติถูกปาก ยิ่งหากจัดอาหารหน้าตาน่าทานด้วยแล้วล่ะก็ ยิ่งดีมาก ๆ เลยล่ะ
2. ถ่ายผู้คนและบรรยากาศโดยรอบด้วย
เพื่อ สร้างความน่าสนใจและดึงดูดสายตาผู้ชม นอกจากจะถ่ายแต่ภาพอาหารที่น่าทานแล้วนั้น บรรยากาศของร้านอาหาร ผู้คนต่าง ๆ ที่กำลังรับประทาน หรือหากเห็นเชฟกำลังทำอาหารนั้น ๆ ก็เหมาะที่จะถ่ายภาพเก็บไว้มาประกอบกับภาพอาหารด้วย จะสร้างความน่าสนใจและทำให้เกิดความรู้สึกว่าอาหารนั้น ๆ อร่อยจริง ๆ
3. จัดวางให้สวยงาม
เมื่อ ได้อาหารจานเด็ดที่อยากจะถ่ายภาพแล้ว ก็มาจัดวางให้สวยงามสักนิด เอียงจานไปทางซ้ายบ้าง เขยิบไปทางขวาสักหน่อย ดูแสงและมุมดี ๆ  เพียงเท่านี้ก็พร้อมถ่ายภาพได้ในทันที
4. ดูทิศทางของแสง
เพื่อ ให้ภาพมีความสวยงามและเป็นที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น ก็ควรคำนึงถึงในการวางตำแหน่งของจานอาหารให้แสงตกกระทบแล้วดูสวยงาม ไม่จ้าหรือมืดมากเกินไป นอกจากนั้นก็ปรับโหมดการทำงานของกล้องควบคู่กันไปด้วย …เข้าท่าสุด ๆ
5. ตักอาหารมาสักคำสองคำ
เพิ่ม ความน่ารับประทานและความน่าสนใจของอาหารด้วยการตักอาหารนั้น ๆ มาสักช้อนหนึ่ง แล้วโฟกัสภาพไปที่อาหารที่ตักขึ้นมา ให้ได้เห็นแบบเต็ม ๆ เน้น ๆ แล้วให้ภาพพื้นหลังมีควันร้อนอยู่รายรอบอาหารที่ตัก หรืออาจจะมีแก้วน้ำ ตะเกียบ จาน หรืออื่น ๆ เล็กน้อยเป็นส่วนประกอบของภาพด้วยแล้วล่ะก็.. ขอรับองว่าภาพนั้นจะดูน่าทานเป็นที่สุด
6. อะไรที่ไม่เกี่ยวกับอาหารย้ายออกไป
สิ่ง ของต่าง ๆ อาทิเช่น โทรศัพท์มือถือ หนังสือพิมพ์ หรือใด ๆ ก็ตามแต่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับอาหารที่จะถ่ายก็ขอให้ย้ายออกจากมุมกล้องไปก่อน มิฉะนั้น สิ่งของเหล่านั้นจะกลายเป็นจุดเด่นแทนภาพของอาหารไปโดยปริยาย
7. ลองเปลี่ยนมุมโฟกัสภาพ
ครั้น จะถ่ายภาพอาหารแบบตรง ๆ ดื้อ ๆ ก็จะดูธรรมดาเกินไป ลองเปลี่ยนโฟกัสของภาพในมุมที่ไม่เคยลองดูบ้าง อาทิเช่น เน้นการซูมภาพด้านหน้าของอาหารให้ชัด ส่วนพื้นหลังปล่อยภาพให้เบลอไป ก็สวยงามไปอีกแบบ แต่ก็ระวังอย่าเน้นมากจนเกินไป เพราะจะทำให้ภาพอาหารนั้นดูแข็งเกินไป อาจทำให้เกิดความรู้สึกไม่น่าทานเอาได้ หรือจะถ่ายภาพแบบ “Bird Eye View” หรือภาพในมุมสูงดูบ้าง ก็เข้าท่าอยู่ไม่น้อยทีเดียว
8. ใช้แสงให้ถูกเวลาก็สำคัญ
เมื่อ คุณได้อาหารจานเด็ดที่จะถ่ายภาพแล้วก็อย่าเพิ่งใจร้อนรีบถ่ายเป็นอันขาด ตรวจดูกล้องของคุณให้ดีว่าปิดแฟลชของกล้องแล้วหรือยัง เพราะหากคุณไม่ปิดแฟลชซะก่อน ภาพที่ออกมาจะให้แสงที่จ้าแบบผิดปกติ จะทำให้ภาพดูไม่สวยงาม และอาจกลายเป็นภาพที่เสียโดยเปล่าประโยชน์ นอกจากนี้การตั้งค่าความไวแสงของกล้องหรือที่เรียกกันว่า “ISO” ก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน เพราะหากคุณตั้งค่าได้อย่างเหมาะสมแล้วล่ะก็ จะทำให้ภาพที่ถ่ายออกมาดูดีมากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ
9. มือนิ่ง ๆ ด้วย อย่าสั่น ๆ
หาก คุณรู้ตัวว่าตัวเองเป็นคนมือไม่นิ่ง จับกล้องทีไรเป็นมือไม้สั่นทุกที ก็ให้หาขาตั้งกล้อง หรือหนังสือสักเล่มมาวางกล้องไว้แทนการถือ เพื่อให้ภาพที่ออกมาจะได้ไม่สั้น และออกมานิ่ง คมชัด
10. อย่าจริงจังกับการถ่ายภาพจนเกินไป
จาก ทุกข้อที่ว่ามา หากทำให้คุณเริ่มรู้สึกเครียด หรือดูจริงจังมากเกินไปล่ะก็ ขอให้ทำจิตใจให้สงบ จากนั้นสนุกกับภาพที่ถ่าย ไม่ว่าจะได้ภาพออกมาสวยแค่ไหน ก็เอาแค่นั้น เก็บไว้ดูเป็นผลงานตัวเองเป็นพอ อ้อ.. อย่าลืมทานอาหารนั้น ๆ อย่างมีความสุขด้วยล่ะ แล้วจิตใจคุณจะเบิกบานขึ้นอีกเยอะเลย
ที่มา kapook.com

เพิ่มเติม http://www.pixpros.net/forums/showthread.php?t=18208

พิธีและขั้นตอนการแต่งงานแบบอีสาน



สำหรับตากล้องและช่างภาพควรรู้ไว้ สำหรับ

พิธีและขั้นตอนการแต่งงานแบบอีสาน


 เพื่อใช้ เป็นข้อควรรู้คร่าว ๆ ว่าควรเก็บภาพอะไรบ้างใน การถ่ายภาพพิธีแต่งงาน ซึ่งจำเป็นมากที่ควรจะเก็บภาพขั้นตอนต่าง ๆ ในพิธีมาให้ครบ

การสู่ขอและการหมั้นสาว(การโอมสาว)
1.1  การเตรียมการสู่ขอ
1.2  การสู่ขอ
1.3  ค่าดองและของหมั้นสาว
1.4  นัดวันแต่งงาน

การแต่งงาน
2.1  การแห่ขันหมาก
2.2.1       นับ เงินค่าดอง
2.2.2       เข้า พาขวัญ
2.2.3        ขันใส่หมากพลูแหนบและเหล้ายามี
2.2.4        ลำดับขบวนแห่
2.2.5        การเบิกทางผ่าน ประตูเงินประตูทอง
2.2.6        การล้างและเช็ดเท้า
2.2.7        การโปรยเมล็ดข้าว เมล็ดงา และเมล็ดถั่ว
2.2.8        พิธีสู่ขวัญบ่าวสาว
2.2.9        การสมมาปู่ย่า(การขอขมา)
2.2.10     การส่งเจ้าบ่าว เจ้าสาว เข้าหอ

สรุปลำดับพิธีในการแต่งงานแบบอีสาน

มีการสู่ขอกันตามประเพณี
มีการกำหนดวันแต่งงานตามฤกษ์
ทำบุญเลี้ยงพระ
แห่ขันหมากมาบ้านฝ่ายหญิง
เสียเงินเบิกทางและล้างเท้าฝ่ายชาย(จะทำหรือไม่ก็ได้)
มอบค่าดอง ซึ่งเหมือนกับการมอบตัวของฝ่ายชาย พิธีนี้ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญ จำเป็นต้องทำให้ถูกตามฤกษ์ เพราะเหมือนเป็นการมอบคนและรับคนเพื่อสร้างครอบครัวใหม่ต่อไป
สู่ขวัญและผูกแขนคู่บ่าวสาว
ตรวจไข่และป้อนไข่คู่บ่าวสาว
ฝ่ายหญิงสมมา
ทั้งบ่าวสาวทำการสมมา (ขมา) พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายร่วมกัน
พ่อ แม่ทั้งสองฝ่ายให้โอวาท
การส่งคู่บ่าวสาวเข้าหอตอนกลางคืน
จบพิธี

รายละเอียดพิธีและขั้นตอนการแต่งงานแบบอีสาน

การสู่ขอและการหมั้นสาว(การโอมสาว)
การเตรียมการสู่ขอ
            พ่อ แม่ ญาติผู้ใหญ่ หรือ บุคคลที่ฝ่ายชายและฝ่ายหญิงนับถือ จัดหาและเตรียมของไปสู่ขอกันตามประเพณี ประกอบไปด้วย ขันหมากธรรมดา ในขันนั้นใส่ “หมากจีบ พลูพัน” จำนวน 4 ชุดและเงิน ซึ่งเรียกว่า “เงินไขปาก” 3 บาท
            “หมากจีบ พลูพัน” หมายถึง หมากที่ถูกเตรียมฝานและผ่าวางไว้ พร้อมใบพลูที่พันใส่ปูนเอาไว้ด้านใน

การสู่ขอ
      พ่อ-แม่ ฝ่ายชายสู่ขอฝ่ายหญิง
        หากพ่อ-แม่ฝ่ายหญิงตอบตกลง จะรับขันหมากธรรมดาและเงิน 3 บาท ที่ฝ่ายชายนำมา
        พ่อ-แม่ ฝ่ายหญิงหยิบหมากจากขัน เคี้ยวหมากเอง 2 คำ
      พ่อ-แม่ ฝ่ายชายเคี้ยวหมาก 2 คำ      
ค่าดองและของหมั้นสาว
      ค่าดอง (มาตรค่าดอง คือ การตีราคาลูกสาว) ทั้งสองฝ่ายทำการตกลงกัน
        ของหมั้นสาว ขึ้นอยู่กับที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันและส่งมอบให้ พ่อ-แม่ฝ่ายหญิง

การแต่งงาน
นัดวันแต่งงาน
      ทำการหาวันและเวลาที่เป็นมงคลสำหรับการวางค่าดอง (สินสอด) และเวลามอบตัวฝ่ายชายเข้าบ้านฝ่ายหญิง ซึ่งจะเป็นเวลาที่บ้านฝ่ายหญิงรับมอบเจ้าบ่าวเข้ามาในบ้าน

การแห่ขันหมาก

      ฝ่ายชายแห่ขันหมากไปบ้านฝ่ายหญิง เพื่อมอบตัวเข้าพิธีแต่งงาน ซึ่งขบวนขันหมากจะประกอบไปด้วย
                เงินค่าดอง ญาติฝ่ายชายจะนำขันทองหรือขันเงินใส่เงินค่าดอง
                พาขวัญ  การให้หญิงพรมจารีถือพาโตกอย่างดี มีผ้าคลุมพาโตกมิดชิด
                ขันใส่หมากพลูแหนบและเหล้ายามี  คือ สิ่งของที่อยู่ในพาโตก มีหมาก พลู บุหรี่ แต่งไว้เป็นคำๆ (จัดไว้เป็นชุด)

ลำดับขบวนแห่ 
      คนเถ้า คนแก่ ผู้สูงอายุ ญาติผู้ใหญ่ ถือขันสินสอดนำหน้า
        เจ้าบ่าว
        พาขวัญ
        ขันหมากพลู เหล้ายา
        ญาติพี่น้อง
        ขบวนปี่ กลอง แคน ฟ้อนรำ หรือ ดนตรีอื่นๆ

การเบิกทางผ่าน
      ขบวนแห่ของเจ้าบ่าวต้องเบิกทางผ่านญาติๆของฝ่ายหญิงด้วยเงินทอง หรือ สุรา ตามแต่จะเห็นสมควรโดยญาติของฝ่ายหญิงมักจะเข้ามากั้นตามทางเดินที่เจ้าบ่าวต้องผ่านก่อนจะถึงบันไดบ้าน หรือ ประตูเข้าภายในบ้านเจ้าสาว

การล้างและเช็ดเท้า

      เมื่อถึงบันได หรือ บริเวณหน้าประตูที่จะเข้าบ้านเจ้าสาว น้องสาวหรือญาติของฝ่ายหญิงจะล้างเท้าให้เจ้าบ่าวและคนที่ถือขันเงินค่าดอง โดยจะล้างบนหินลับมีดที่ปูด้วยใบตอง และช่วยเช็ดเท้าให้ เพื่อเป็นการแสดงอัธยาศัยไมตรี ต้อนรับเจ้าบ่าวซึ่งจะมาเป็นว่าที่พี่เขยของผู้ล้างเท้า เป็นการแสดงถึงความเคารพตามประเพณี

การโปรยเมล็ดข้าว เมล็ดงา และเมล็ดถั่ว
        เมื่อได้ฤกษ์ ฝ่ายชายก็จะส่งมอบสินสอดและเจ้าบ่าวให้กับฝ่ายหญิง
        ญาติฝ่ายหญิงจะเปิดนับเงินสินสอด แล้วจึงให้ทุกฝ่ายโปรยเมล็ดข้าวเปลือก ถั่ว และ งา ลงบนเงินทองสินสอด พร้อมกับกล่าวว่า “ขอให้เงินทองนี้งอกขึ้นเหมือนเมล็ดข้าวเปลือก เมล็ดงา และเมล็ดถั่ว นี้เทอญ”         เปิดขันหมากและเหล้าแจกกันกิน เป็นพิธี


พิธีสู่ขวัญบ่าวสาว

      เจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าบ่าวนั่งทางด้านขวา เจ้าสาวและเพื่อนเจ้าสาวนั่งทางด้านซ้าย
 ทำพิธีสู่ขวัญ โดยขณะทำพิธีเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะจับพาขวัญไว้ โดยจับในลักษณะที่แขนของเข้าบ่าวและเจ้าสาวไขว้กัน โดยให้แขนเจ้าบ่าวอยู่ด้านบน
        เอาไข่ขวัญ ใส่มือคู่บ่าวสาวแล้วผูกแขน
        ปอกไข่ขวัญที่อยู่ในมือบ่าวสาว แล้วส่งให้พ่อพราหมณ์ หรือ บัณฑิตผู้ทำพิธี ตัดไข่ขวัญด้วยเส้นผม เพื่อตรวจทำนาย

      พิธีป้อนไข่  ญาติผู้ใหญ่นำไข่ขวัญไปป้อนบ่าวสาว โดยผู้ป้อนซึ่งจะต้องเป็นหญิงที่มีอายุยืน มีศีลธรรม เป็นที่นับถือของลูกหลาน สามีของแม่ใหญ่มีชีวิตอยู่และมีสุขภาพดี โดยการป้อนนั้นจะป้อนโดยที่“มือขวาป้อนไข่อ้าย มือซ้ายป้อนไข่นาง” จากนั้นบ่าวสาวจึงป้อนไข่ขวัญนี้ให้แก่กัน

   
การสมมาปู่ย่า(การขอขมา)

      การขอขมาญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายชายและฝ่ายหญิงตามธรรมเนียมเดินอีสาน
        การสมมาญาติฝ่ายชาย
      ผ้าโสร่ง 1 ผืน เสื้อผู้ชาย 1 ตัว
        การสมมาญาติฝ่ายหญิง
        ผ้าซิ่น1 ผืน เสื้อผู้หญิง 1 ตัว
        โดยขณะสมมา บ่าวสาวจะได้รับโอวาทจากพ่อ-แม่ของทั้งสองฝ่าย


   
การส่งเจ้าบ่าว เจ้าสาว เข้าหอ

 ญาติผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นหญิงที่มีสามีอยู่ มีสุขภาพดี มีศีลธรรม จูงมือบ่าวสาวเข้าสู่ที่นอนในเรือนหอ
จะทำในเวลาประมาณสามถึงสี่ทุ่ม หรือ ปัจจุบันอาจปรับมาทำในช่วงหลังจากการสมมา
  เสร็จพิธี อาจมีการจัดเลี้ยงเพิ่มเติมในช่วงเย็น

ที่มาhttp://www.gotoknow.org

เทคนิคการถ่ายภาพงานแต่ง แบบพื้นบ้าน

                  การแต่งงานในชนบทบ้านเรา  ส่วนมากสถานที่จัดงานก็จะเป็นบ้านของเจ้าสาว ซึ่งส่วนใหญ่สภาพแสงค่อนข้างจะน้อย และพื้นที่จัดงานค่อนข้างจะแคบ การจะหามุมถ่ายภาพนั้นค่อนข้างจะลำบาก ผมเองก็ได้รับไว้วานให้เป็นตากล้องจำเป็นอยู่บ่อยครั้ง ปัญหาที่พบส่วนใหญ่คือ ถ่ายยังไงก็ติดหัว ติดหลัง ติดกำแพง จะได้ภาพเจ้าบ่าวเจ้าสาวสวย ๆ นั้นช่างยากเย็น   เราในฐานะช่างภาพจำเป็น ควรจะคุยกับเจ้าบ่าวเจ้าสาวก่อน เพื่อขอพื้นที่ ว่าง ๆ ไว้ให้เราถ่ายภาพซักหน่อย ถามให้เรียบร้อยว่าต้องการเน้นใครเป็นพิเศษไหม พ่อแม่ญาติผู้ใหญ่ของเจ้าบ่าวเจ้าสาวคือใคร  และควรไปถึงงานก่อนงานเริ่ม เพื่อ ลองเทสกล้องและอุปกรณ์ให้พร้อม ไฟ แฟรช กล้อง เลนส์  แบตเตอรี่ พร้อมไหม ลองถ่ายและปรับค่ากล้องไว้คร่าว ๆ  และ คุยกับเจ้าบ่าวเจ้าสาว เรื่องสถานที่ หันหน้าทิศไหน นั่งตำแหน่งไหน และอาจแนะนำ เจ้าบ่าวเจ้าสาว คร่าว ๆ เรื่องมุมกล้อง ตำแหน่งนั่ง อาจจะหารูปงานแต่งงานของคนอื่น ๆ ให้ เจ้าบ่าวเจ้าสาวดูคร่าว ๆ เพื่อเป็นไอเดีย

ภาพประกอบจาก weddingsquare.com

ตัวอย่างคำถามและคำตอบสำหรับตากล้องจำเป็น แบบผม คือ มีกล้อง DSLR ตัวเล็ก ๆ และเลนส์คิดส์

คำถาม: สอบถามผู้รู้ครับ พอดีเดือนหน้าจะเป็นตากล้องจำเป็นงานแต่งเพื่อนอ่ะคับ
เลยสอบถามผู้รู้ว่าผมควรซื้ออุปกรณืไรเพิ่มเติมบ้าง
ตอนนี้ใช้ EOS 1000D+Kid กะ 50 mm f1.8 เท่านี้คับ
เลยสอบถามว่าต้องมีไรเพิ่มเติมอีกบ้างขอบคุงคับ

คำตอบ: เอาแบบบ้านๆ เลยนะ สำหรับมือใหม่ไม่โปร

1.ออกตัวกับเพื่อนก่อนว่าอย่าคาดหวังกับภาพมาก เพราะไม่มีประสบการณ์
ถ้าเพื่อนไม่พอใจภาพจะเสียเพื่อน

2.ภาพพีธีการใช้เลนส์คิทนั่นแหละไม่ต้องหาเลนส์อะไรเพิ่มแล้ว

3.Flash แฟลชนอกหามาใช้โดยด่วน ไม่มีงานพิธีที่ไหนมีแสงพอ

     Flash ต้องมี Diffuser หรือตัวช่วยกระจายแสง พยายามอย่ายิงแฟรชตรง ๆ  หากยิแสงงแฟรชตรงไปยังเป้าหมาย แสงอาจแข็งและแบนไป จากการใช้แฟลช หรือใช้วิธีเงยแฟลชเฉียงขึ้น 45 องศา ให้แฟลชสะท้อนเพดานก็ได้ แต่ เพดานต้องไม่สูงจนเกินไป หรือจะสะท้อนกำแพงด้านข้างก็ได้  (นี่คือ 1 เหตุผลที่เราจะไปให้ถึงงานก่อน เพราะต้องเทสแสงแฟรช หากสภาพแสงที่งานไม่พอ)



4.ไม่ต้องไปคิดหามุมอาร์ตๆ สวิงสวายอะไรมาก เก็บบรรยากาศให้ครบถ้วน
จังหวะสำคัญอย่าให้พลาด หัว แขน ขา อย่าให้ขาดเป็นใช้ได้

5.ถ่ายในอาคาร ถ้าเพดานเป็นสีขาวหรือสีอ่อน ตั้ง S/60 f/5.6 ISO400
แฟลชตั้งแมนวลเบาซ์กับเพดาน งัดเบาซ์การ์ดเปิดเงาที่แบบหน่อย
ปรับตั้งกำลังไฟไม่ให้เกินแรงแฟลชมากแต่อย่าให้ภาพอันเดอร์

6.ถ่ายนอกอาคาร ปรับแฟลชให้ใช้ E-TTL ยิงตรง คอยดูว่าค่าสปีดเกิน X-Sync รึเปล่า
แฟลชนอกถูกๆ ไม่มี Hi-speed Sync วีธีแก้ ตั้งโหมด TV ไว้ที่ 1/200
หรือ 1/250 แล้วแต่กล้อง ถ้าวัดแสงแล้วเกิน X-Sync หมุนมาที่โหมด TV
แล้วก็ยิงแฟลชไปเรื่อยๆ

7.จังหวะไหนในพิธีกินเวลาเนิ่นนาน เปลี่ยนเลนส์ เอา 50 f/1.8
มาเก็บฟิลลิ่งของบ่าว-สาวให้หวานๆ

8.พ่อแม่ ญาติพี่น้องคนสำคัญของบ่าวสาว เก็บให้ครบถ้วน ถ้าไม่รู้จัก
ไปถามบ่าว-สาวให้รู้จักไว้

9.องค์ประกอบภาพ ไม่ต้องเทพมาก ถ่ายหลวมๆ เข้าไว้ แล้วค่อยมาครอปเอาที่หลัง
จำไว้เสมอ "หลวมครอปได้ คับไปกรูจะทำไงหว่า"

10.หมั่นสังเกตุเสี้ยนตาในเฟรม อย่าให้มีอะไรรกหูรกตาในเฟรม
ถ้าเห็นรีบเอาออกด้วยความสุภาพ  ใครไม่ควรอยู่ในเฟรม หรือบังมุมบอกเขาด้วยความสุภาพ ขอเก็บภาพมุมนี้หน่อยครับ

11.จังหวะสำคัญ ถ่ายไม่ทัน อย่าอาย ตะโกนไปเลย ช้าๆ ครับ ช้าๆ ครับ
อย่าอายที่ขอเทค 2 เทค 3 เพื่อให้ได้ภาพสวย ๆ ให้เจ้าบ่าวเจ้าสวว แต่ต้องสุภาพ ไม่งั้นอาจโดนเขม่นได้

12.อยู่ติดกับบ่าว-สาวตลอดเวลาเพราะเป็นวันของเขา
ถ้ามีเวลาเหลือเก็บบรรยากาศและรายละเอียดต่างๆ ของงานให้มากที่สุด

13.แบตกล้อง เมมโมรี่ แบตแฟลช มีเผื่อเหลือไว้เป็นดี ถ้าขาด วุ่นวายแน่นอน

14.ถ้ายังไม่ชัวร์ในการอ่านค่าแสง การวัดแสงและการเลือกโหมดวัดแสงรวมถึงการชดเชยแสง
ถ่ายเป็น RAW ไว้ จะช่วยชีวิตและรักษาหน้าไว้ได้อย่างแน่นอน

15.ไม่ต้องตื่นเต้น     แหงะหน้าออกมาจากวิวไฟน์เดอร์บ้าง
หมั่นดูรอบๆ ตัว ว่าบรรยากาศในงานมีอะไรน่าสนใจ
อาจจะแคนดิต เพื่อน พี่น้อง ญาติผู้หลักผู้ใหญ่บ้าง
ถ่าย Shot  Close-up เก็บมาบ้าง เช่นแหวนแต่งงานในมือเจ้าสาว สมุดแสดงความยินดี เค้กแต่งงาน และรายละเอียด เล็ก ๆ น้อย อื่น ๆ ฯลฯ จะดูโปรมากยิ่งขึ้น

16.การถ่ายภาพหมู่เช็ครูรับแสงให้ดี อย่าเปิดกว้างนัก เพราะเราต้องการชัดทุกคน ควรตั้ง F/11 เพื่อเก็บรายละเอียดให้ครบ หรือจะเล่น Background ให้ดีใช้ F/8 หรือ F/5.6  การถ่ายภาพหมู่อาจให้หันไปในทางเดียวกันแทนการยืนแบบเรียงหน้ากระดาน อาจจะลองมุมก้ม มุมเงย ดู เพื่อให้ได้ภาพที่มีชีวิตชีวา

สุดท้าย ถ่ายไม่สวยที่สุด ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่การที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่ง
ของช่วงเวลาพิเศษร่วมกับเพื่อน และเราเป็นผู้บันทึกภาพประทับใจนั้นไว้
จะเป็นความภาคภูมิใจ และเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับการบันทึกความทรงจำ


เครดิต คุณสู้สู้...
จาก http://www.ตาklong.com/marketplace/show-marketplace.php?No=50887

Light Painting การถ่ายภาพเขียนไฟ

เทคนิคการถ่าย Light Painting


สวัสดีนักถ่ายภาพทุกท่านครับ...
วันนี้ผมจะชวนมาดูเทคนิคถ่ายภาพที่เรียกว่า Light Painting กันนะครับ มันก็คือการวาดหรือแต้มสีในภาพด้วยแสง เป็นเทคนิคสร้างภาพถ่ายอันแปลกตาชนิดที่เรียกว่า มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ตอนถ่ายไม่รู้ว่าภาพจะออกมามีหน้าตาอย่างไร ต้องเสร็จเป็นภาพออกมาแล้วจึงจะเห็น นี่แหละครับเสน่ห์ของเทคนิคนี้

Light Painting ใช้เทคนิคการถ่ายภาพโดยเปิดชัตเตอร์เป็นระยะเวลาหลายๆวินาที และมีการเคลื่อนไหวของแหล่งแสงในภาพ เช่น ไฟฉาย ดอกไม้ไฟ หรือแหล่งแสงอื่นๆ ทำให้ภาพที่ได้ เกิดเป็นเส้นสายของแสงสว่าง สีสันสวยงาม เป็นลวดลายหรือตัวอักษร 

  
 













ภาพแบบนี้ นี่ แหละครับที่เขาเรียกว่า Light Painting ต่อไปเรามาดูกันว่า วิธีการถ่ายภาพให้ได้แบบนี้ ต้องทำอย่างไรกันบ้าง ก่อนอื่นอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมก็ได้แก่

1. กล้องถ่ายภาพที่สามารถถ่ายโหมดชัตเตอร์ B ได้ หรือกล้องที่สามารถเปิดชัตเตอร์ได้ต่ำกว่าปกติ เช่น 15 วินาที หรือ 30 วินาที
2. ขาตั้งกล้อง
3. ไฟฉายหรือแหล่งกำเนิดแสงอื่นๆ

เข้าสู่ขั้นตอนกันเลยครับ

1. ควรถ่ายในสถานที่มืด หรือสถานที่กลางแจ้งในเวลากลางคืน ใช้ขาตั้งกล้องเพื่อช่วยให้ภาพไม่สั่นไหว

2. ให้เลือกใช้โหมด Manual (M) นะครับ จึงจะใช้โหมดชัตเตอร์ B ได้ นักถ่ายภาพบางคนจะสงสัยว่าทำไมกล้องตัวเองถึงไม่มีโหมดชัตเตอร์ B นั่นอาจเป็นเพราะคุณยังไม่ได้เลือกใช้โหมด Manual (M) ครับ

3. ตั้งค่า ISO 100 เปิดรูรับแสง F 11 เป็นค่ากลางไว้ก่อนครับ

4. ปรับชัตเตอร์สปีดให้เป็นโหมดชัตเตอร์ B (หมุนไปทางชัตเตอร์สปีดช้าจนสุด) โหมด B หรือ Bulb นี้ เป็นโหมดถ่ายภาพที่เราสามารถเปิดชัตเตอร์ค้างไว้ได้ตามใจเราว่าอยากจะให้นาน แค่ไหนตราบจนเราจะปล่อยมือจากปุ่ม พูดง่ายๆ คือพอกดก็คือเริ่มถ่าย เมื่อปล่อยก็จะหยุดถ่าย และถ้าใช้โหมดชัตเตอร์ B กล้องจะไม่วัดแสงให้นะครับ เราต้องกะเอาเองครับ

5. ใช้ Manual Focus ครับ ก่อนถ่ายเราอาจจะมองไม่ตัวบุคคล อาจจะใช้ไฟฉายช่วงส่องดูเพื่อหาจุดโฟกัส และดูด้วยว่าเฟรมภาพของเราดีแล้วหรือยัง มีอะไรหลุดเฟรมหรือไม่

6. ซักซ้อมการเคลื่อนไหวกันให้ดี เพื่อดูว่าน่าจะใช้เวลาประมาณกี่วินาที แล้วลองถ่ายภาพด้วยระยะเวลาที่น่าจะเกิดขึ้น โดยยังไม่ต้องทำการเคลื่อนไหวไฟฉายหรือแสงจริงๆ ทั้งนี้ก็เพื่อจะเช็คดูว่า แสงของบรรยากาศแวดล้อมสว่างหรือมืดเกินไปหรือไม่ ถ้ามืดเกินไปก็ลองเพิ่มหน้ากล้องให้กว้างขึ้น ถ้าสว่างเกินไปก็ลองลดหน้ากล้องให้แคบลง

จากนั้นก็ลองถ่ายจริงเลยครับ...

ถ้าเป็นการถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์มในอดีต การเล่นเทคนิคนี้ดูจะเป็นการเสี่ยงและสิ้นเปลืองจนนักถ่ายภาพหลายคนไม่กล้า ลอง แต่ทุกวันนี้เราใช้กล้องดิจิทัลกันแล้ว ก็น่าลองนำไปเล่นกันดูนะครับ วันนี้ผมก็หวังว่าเทคนิคนี้จะทำให้นักถ่ายภาพทุกท่าน สนุกกับการถ่ายภาพมากขึ้นอีกนิด ไม่มากก็น้อยนะครับ ขอขอบคุณภาพประกอบสวยๆ จากอินเทอร์เนตครับ สวัสดีครับ


บทความดี ๆ โดย  www.chillpainai.com  โดย  ลุงแว่น ราชครู


เทคนิคการถ่ายภาพบุคคล โดย Nikon

ภาพบุคคลภาพ ?



ส่วนใหญ่ เป้าหมายหลักในการถ่ายภาพบุคคลคือ การดึงลักษณะเด่นของตัวแบบออกมา
ในขณะที่วัตถุประสงค์รองคือการสร้างภาพบุคคลที่ดึงดูดความสนใจของผู้ชมภาพ ดังนั้น
ในการถ่ายภาพบุคคลให้คำนึงถึงวัตถุประสงค์เหล่านี้ ต่อไปนี้คือเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะทำให้
ภาพถ่ายบุคคลของคุณดูสวยงามขึ้น


ในตัวอย่างนี้ พื้นหลังอยู่ใกล้และเกาะกลุ่มกันเกินไป มีบางส่วน
กลืนไปกับผมของตัวแบบ ทำให้ภาพถ่ายดูไม่สวยงาม
ตัวอย่างภาพถ่ายบุคคลแบบดั้งเดิมที่ดี
ในตัวอย่างนี้ วัตถุบนพื้นหลังอยู่ห่างออกไปในระยะพอเหมาะ
โครงร่างของตัวแบบดูโดดเด่น เพราะแสงไฟที่ต้นไม้หลังตัวแบบที่
ช่วยสร้างคอนทราสต์ในภาพ
ในภาพถ่ายบุคคลแบบดั้งเดิม วัตถุหลักจะเป็นคน ในขณะที่องค์ประกอบอื่นๆ ในกรอบภาพอย่างพื้นหลังหรือพื้นหน้า จะต้องไม่อยู่ในโฟกัสของภาพ เพื่อให้ความสนใจของผู้ชมภาพมุ่งมายังวัตถุหลักเท่านั้น ในการสร้างภาพบุคคลที่ดีเช่นนี้ คุณจะต้องสร้างระยะชัดลึกที่ตื้นโดยใช้เคล็ดลับง่ายๆ ต่อไปนี้

ตั้งค่ารูรับแสงกว้างให้ที่สุด (ค่ารูรับแสงน้อย) เท่าที่เลนส์ของคุณสามารถทำได้
ให้พื้นหลังอยู่ห่างจากวัตถุหลักมากที่สุดเท่าที่จะมากได้
ควรซูมเลนส์กล้องเท่ากับค่ากลางของระยะซูมขึ้นไป
การเลือกพื้นหลังก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน ต่อไปนี้คือเคล็ดลับในการเลือกพื้นหลังที่ดีในการ
ถ่ายภาพบุคคลแบบดั้งเดิม

พยายามหาพื้นหลังที่เรียบที่สุด
สีและเฉดสีของพื้นหลังควรแตกต่างจากสีผมและสีเสื้อผ้าของตัวแบบมากที่สุด
ภาพบุคคล: ดึงลักษณะเด่นของตัวแบบออกมา
ถึงแม้ว่าช่างภาพจะร้องขอให้หญิงสาวคนนี้จัด
ท่าทางเพื่อถ่ายภาพ แต่นิสัยขี้เล่นของเธอ
แสดงออกมาจากการที่เธอตัดสินใจก้มตัวลง
และใช้มือแตะบนหัวเข่าอย่างกะทันหัน
สีหน้าผ่อนคลายของเด็กชายหลังจากที่แม่ติด
พลาสเตอร์ลงบนแผลที่หน้าผากถูกจับภาพไว้
ได้ทันทีที่หนูน้อยหันหน้ามาหาช่างภาพ
ถึงแม้ว่าไม่มีตัวแบบคนใดในภาพมองกล้อง
แต่ภาพถ่ายบุคคลภาพนี้มีความน่าสนใจ
เนื่องจากสีหน้าของตัวแบบดูเป็นธรรมชาติและ
แสดงให้เห็นว่าพวกเขากำลังสนุกกับการ
ทำงานของตน
ภาพถ่ายบุคคลอาจเป็นภาพถ่ายที่มีลักษณะเป็นทางการซึ่งช่างภาพจะเป็นผู้บอกให้ตัวแบบจัดท่าทาง
หรืออาจเป็นภาพแอบถ่ายซึ่งจับภาพของตัวแบบโดยที่ตัวแบบไม่รู้ตัวก็ได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพ
บุคคลแบบใด สิ่งสำคัญก็คือการดึงเอาลักษณะเด่นของตัวแบบออกมาให้มากที่สุด หากคุณไม่เคยรู้จัก
ตัวแบบมาก่อน อาจพูดคุยกับตัวแบบในเรื่องทั่วๆ ไปสักสองสามนาที วิธีนี้ยังช่วยให้ตัวแบบของคุณ
รู้สึกผ่อนคลายขึ้นด้วย

ภาพบุคคล: ใช้แสงอย่างสร้างสรรค์
ภาพถ่ายบุคคลภาพนี้ถ่ายในบริเวณที่มีร่มเงาและมีแสงส่องมาจากด้านขวามือ ศีรษะของตัวแบบที่เอียงเล็กน้อยและแสงที่ส่องมาจากทิศทางเดียวช่วยเพิ่มความลึกให้แก่ภาพถ่าย

ใช้เฉพาะแฟลชภายนอกที่วางอยู่ด้านหน้าทาง
ซ้ายมือเท่านั้นในสร้างแสงภาพถ่ายที่ดูสวยงามCyclist at night
การใช้แสงอย่างสร้างสรรค์ โดยเน้นความโดดเด่นไปที่ลักษณะของตัวแบบ สามารถทำให้ภาพถ่ายบุคคลดูมีชีวิตชีวามากกว่าเดิม ดังภาพถ่ายเหล่านี้

ภาพบุคคล: ภาพถ่ายบุคคลแบบมีบริบทแวดล้อม

เมื่อดูจากองค์ประกอบเสริมในภาพ เช่น ดินสอ โต๊ะ และเพื่อนๆ
ในห้อง ไม่ว่าใครก็สามารถบอกได้ว่าเด็กชายชาวพม่าคนนี้เป็น
นักเรียนภาพนี้คือภาพถ่ายของทหารจีน และแสดงให้เห็นว่าเขาคือหนึ่งใน
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ได้รับเลือกมาเป็นพิเศษเ
พื่อประจำการที่อนุสาวรีย์วีรชน ณ จตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง
ในบางครั้ง การซูมออกเล็กน้อยเพื่อเก็บองค์ประกอบบนพื้นหลังให้อยู่ในโฟกัสของกล้องอาจช่วยบอก
เรื่องราวเกี่ยวกับตัวแบบ สร้างความน่าสนใจและความน่าดึงดูดใจให้กับภาพถ่ายได้มากขึ้นดังตัวอย่าง
ที่แสดงไว้ข้างต้น

ภาพบุคคล: การถ่ายภาพเด็ก
นี่คือภาพถ่ายทั่วๆ ไปที่ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่
ถ่ายได้ เพราะไม่ทราบว่าเพียงแค่การก้มลง
ถ่ายภาพในระดับสายตาของเด็ก พวกเขาก็จะ
ได้ภาพที่สวยงามกว่านี้มากBland-looking photo example
ในทางตรงกันข้าม ภาพที่ถ่ายจากความสูงระดับสายตาของเด็กจะแสดงให้เห็นชีวิตจากมุมมองของพวกเขาเอง และสามารถจับภาพสีหน้าทั้งหมดของตัวแบบได้ดีขึ้นPhoto taken at eye-level
ถึงแม้ว่าเราจะแนะนำให้คุณตั้งค่าความไว
ชัตเตอร์สูงเพื่อ "หยุด" ความเคลื่อนไหวของ
เด็ก ๆ ที่มักจะไม่อยู่นิ่ง แต่การใช้ความไว
ชัตเตอร์ต่ำในขณะที่ติดตามเด็กที่กำลัง
เคลื่อนไหว (เทคนิคนี้เรียกว่า "การแพนกล้อง"
ซึ่งจะกล่าวถึงในหมวดการถ่ายภาพการ
แข่งขันกีฬา) จะทำให้ได้ภาพถ่ายที่มีความน่า
สนใจPhoto taken using "panning" technique

โดยทั่วไปแล้ว ในการถ่ายภาพเด็ก ช่างภาพจะต้องรับมือกับความท้าทายมากมาย เด็กๆ มักจะไม่
อยู่นิ่ง ทำให้ช่างภาพจัดวางองค์ประกอบของภาพได้ยาก เด็กบางคนยังเล็กเกินกว่าจะเข้าใจว่าวิธี
การจัดท่าทางที่เป็นธรรมชาตินั้นทำอย่างไร ในขณะที่บางคนก็อายเมื่ออยู่หน้ากล้อง
ต่อไปนี้คือเคล็ดลับที่คุณสามารถนำไปใช้ในการถ่ายภาพเด็กๆ ได้

ถ่ายภาพเด็กๆ จากระดับสายตาของพวกเขา
ผู้ใหญ่หลายคนมักจะถ่ายภาพจากระดับความสูงที่ตัวเองรู้สึกว่าสบายเท่านั้น ภาพที่ได้จึงไม่
สวยงามไม่ว่าเด็กจะเงยหน้าขึ้นหรือหันหน้าออกจากกล้องก็ตาม ภาพถ่ายเด็กที่ดีจะต้องถ่าย
ณ ความสูงระดับเดียวกับระดับสายตาของพวกเขา คุณจึงจะสามารถเก็บภาพสีหน้าของเด็กๆ
ได้ทั้งหมด


ใช้ความไวชัตเตอร์สูง
สำหรับเด็กๆ ที่ไม่อยู่นิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็กๆ ที่กำลังเล่น ให้ลองเพิ่มความไวชัตเตอร์ โดย
ปรับรูรับแสงให้ใหญ่ขึ้น (ค่า F-stop น้อย) หรือเพิ่มความไวแสง (ISO) อย่างใดอย่างหนึ่ง วิธีนี้
จะทำให้ภาพถ่ายที่ได้คมชัดไม่พร่ามัวจากการเคลื่อนไหวของเด็กๆ
อย่าพยายามจัดท่าทางของพวกเขา
พยายามอย่าจัดท่าทางของเด็กหรือปล่อยให้พวกเขาสังเกตเห็นคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กเล็ก
แต่ให้ใช้ของเล่นหรือขนมที่พวกชอบ หรือเปิดเสียงที่น่าสนใจเพื่อดึงดูดความสนใจของเด็กๆ
แทน เทคนิคที่ใช้ได้ผลดีซึ่งช่างภาพมืออาชีพหลายคนนำมาใช้ในการถ่ายภาพเด็กเล็กคือ
แขวนสิ่งของที่มีสีสันสดใสไว้ด้านบนของเลนส์เพื่อดึงดูดสายตาของพวกเขามาที่เลนส์กล้อง
โดยตรง การใช้วิธีนี้มักจะทำให้เด็กๆ แสดงสีหน้าตามธรรมชาติออกมา ภาพถ่ายจึงดูมีชีวิต
ชีวา ดูดีกว่าเดิม และดึงลักษณะเด่นของเด็กๆ ออกมาได้

คัดลอกจาก http://dslr.nikon-asia.com/amateur3/th/portraits

เทคนิคง่าย ๆ ของการถ่ายภาพบุคคลให้สวย

โฟกัสที่ตา
Image by darkmatter
     หลักการสำคัญข้อแรกของการถายภาพบุคคลคือการโฟกัสที่ดวงตา เนื่องจากดวงตานั้นเป็นส่วนสำคัญที่สุดในภาพเนื่องจากเป็นสิ่งที่บ่งบอกและแสดงถึงอารมณ์ของภาพ ถ้าหากว่าเราไม่ได้โฟกัสที่ดวงตาและทำให้ตาไม่ชัดนั้นตัวแบบที่เราถ่ายจะดูเหมือนคนสุขภาพไม่ดีดูเหมือนคนป่วยทำให้ภาพขาดความน่าสนใจไปในทันที เหตุที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการถ่ายภาพบุคคลนั้นเรามักจะใช้รูรับแสงที่กว้างซึ่งจะทำให้มีระยะชัดลึกที่น้อย ถึงแม้ว่าเราจะทำการโฟกัสที่ใบหน้าแล้วก็ตามแต่หลายครั้งเอาอาจพบกรณีที่จมูกชัดแต่ดวงตาไม่ชัดหรือบางครั้งเป็นแก้มหรือว่าใบหูชัดแต่ดวงตาไม่ชัดก็มี การโฟกัสที่ดวงตาให้ชัดนั้นบางครั้งบริเวณไหล่หรือว่าใบหูไม่ชัดก็จะยังสามารถเป็นภาพที่ดีได้ ดวงตานั้นเป็นหน้าต่างของหัวใจการโฟกัสดวงตาให้ชัดจึงสำคัญเป็นประการแรก

อย่าตัดบริเวณข้อต่อ

     หลักการสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือการจัดองค์ประกอบภาพนั้นอย่าตัดกรอบภาพบริเวณข้อต่อ ซึ่งจะได้แก่ คอ ข้อศอก ข้อมือ เอว หัวเข่า ข้อเท้า เนื่องจากจะทำให้อารมณ์ภาพนั้นดูไม่ดี ความรู้สึกของคนดูภาพจะรู้สึกเหมือนว่าตัวแบบของเรานั้นแขนหรือขาขาดได้ การตัดกรอบภาพบริเวณแขนขาหรือลำตัวนั้นทำได้เพียงแต่เราต้องไม่ตัดบริเวณข้อต่อเท่านั้นเอง เนื่องจากข้อต่อต่างๆเป็นจุดเชื่อมต่อของร่างกายอยู่แล้ว การตัดบริเวณข้อต่อนั้นจะเป็นการเน้นย้ำความรู้สึกคนดูภาพว่าอวัยวะส่วนนั้นอาจขาดหายไปได้มากจนเกินไป การระวังไม่ตัดบริเวณข้อต่อจะทำให้ได้ภาพที่ดีกว่า
สื่อสารกับตัวแบบของคุณให้ชัดเจน
     เพราะว่าการถ่ายภาพ Portrait นั้นช่างภาพไม่ได้ทำงานคนเดียวเหมือนกับการถ่ายภาพแนวอื่นเช่นการถ่ายภาพทิวทัศน์ การถ่ายภาพบุคคลนั้นจึงเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ถ่ายและตัวแบบ ซึ่งต้องมีการสื่อสารพูดคุยกันว่าอย่างได้อารมณ์และท่าทางแบบไหน ศิลปะในการสื่อสารจึงเป็นสิ่งสำคัญประการแรกเลย คืออย่าทำให้ตัวแบบเรามีความเครียดอย่างเด็ดขาด เพราะว่าจะทำให้ไม่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ที่เป็นธรรมชาติออกมาได้ พยายามบอกเล่าและสื่อสารกันให้เข้าใจให้ได้ ว่าท่านต้องการอารมณ์และท่าทางแบบไหน เมื่อสามารถสื่อสารได้ตรงกันแล้วเชื่อแน่นอนได้ว่า คุณจะได้อารมณ์ของภาพแบบที่คุณต้องการได้ไม่ยากนัก
ปล่อยให้เขาเป็นในแบบที่เขาเป็น
     ในการถ่ายภาพบุคคลบางอย่างเช่นภาพแนววิถีชีวิต แนวสารคดีหรือว่าแนวอื่นๆก็ตาม บางครั้งเราต้องถ่ายภาพเพื่อสื่อความเป็นตัวตนของคนๆนั้นออกมา มากกว่าการที่จะให้คนๆนั้นทำตาม Concept ที่เราวางเอาไว้ ซึ่งภาพแนวนี้เราต้องมองให้เห็นและดึงความเป็นตัวตนของเขาออกมา โดยปล่อยให้เขาเป็นในแบบที่เขาเป็น ซึ่งสำหรับภาพแนววิถีชีวิตหรือแนวสารคดีนั้น การเดินเข้าไปถ่ายตรงๆนั้นค่อนข้างจะเสียมารยาทและทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้บ่อย การที่คนมีกล้องมีสิทธิ์ที่จะถ่ายภาพนั้นคนถูกถ่ายก็มีสิทธิ์ที่จะไม่ให้ถ่ายได้พอๆกัน เราควรที่จะเข้าไปพบปะพูดคุยกันเสียก่อนแสดงความเป็นมิตรกับผู้ที่เราจะถ่ายภาพเขา ถ้าหากว่าเราผูกมิตรกับเขาได้โอกาสที่จะได้ภาพสวยๆนั้นมีความเป็นไปได้สูงครับ บางครั้งเราอาจต้องพูดคุยไปถ่ายไปและคอยจับกริยาท่าทางของเขาและก็ค่อยๆถ่ายไป แน่นอนครับในหลายๆครั้งเราต้องรอจับจังหวะถ่ายเอาเอง เพราะการจะบอกให้เขาทำท่าตามที่เราต้องการนั้นบางครั้งจะทำให้เขาเกร็งได้ครับ อย่างภาพตัวอย่างนี้ผมถ่ายภาพ “แป๊ะหลี” ซึ่งเป็นพ่อค้าขายกาแฟคนดังแห่งตลาดคลองสวนครับ ก็ต้องอาศัยเข้าไปนั่งพูดคุยกันอยู่สักพักถึงจะได้รูปดีๆมาครับ
Window light
     การควบคุมทิศทางแสงนั้นถือเป็นเทคนิคสำคัญอย่างหนึ่งของการถ่ายภาพบุคคลให้มีความแตกต่าง ในสถานะการณ์ต่างๆนั้นก็จะมีสภาพแสงที่แตกต่างกันไป ซึ่งเราต้องหาให้เจอว่าจะใช้งานแต่ละสภาพแสงนั้นๆอย่างไร หนึ่งเทคนิคที่สามารถใช้งานได้ง่ายคือการใช้งานแสงที่เข้ามาเพียงด้านเดียว ซึ่งจะเรียกว่า Window light เทคนิคนี้ใช้งานไม่ยากและสร้างความแตกต่างในภาพได้ดี เราสามารถใช้เทคนิคนี้ได้โดยการหาสถานที่ที่มีแสงเข้ามาด้านเดียว เช่นด้านข้างหน้าต่าง ประตู หรือว่าช่องกำแพงก็ได้ ขอให้เป็นสถานที่ๆสามารรถบีบให้แสงเข้ามาจากด้านเดียวได้ แล้วจัดให้แสงเข้ามาด้านข้างของตัวแบบ เท่านี้เราก็จะได้ภาพแสงที่แตกต่างจากปกติอยู่พอสมควรแล้วซึ่งเทคนิคนี้ไม่ยากจนเกินไปนัก อยู่ที่เราจะสามารถหาสภาพแสงในสถานที่นั้นๆได้หรือไม่ จากภาพตัวอย่างข้างล่างเป็นภาพที่ให้ตัวแบบยืนข้างๆช่องแสง เพื่อให้มีแสงเข้ามาทางด้านขวาของภาพเพียงด้านเดียว ทำให้ได้ภาพที่มีลักษณะแปลกตาและน่าค้นหามากขึ้น
ถ่ายภาพย้อนแสง
     หลายครั้งเราอาจเคยได้ยินว่าการถ่ายภาพย้อนแสงนั้นจะให้ให้ตัวแบบหน้าดำและได้ภาพที่ไม่ดี แต่ในความเป็นจริงแล้วการถ่ายภาพบุคคลย้อนแสงนั้นมีสิ่งที่ซ่อนอยู่ โดยเราจะได้ประกายของเส้นผมเกิดขึ้นจากการถ่ายภาพย้อนแสง ซึ่งสิ่งที่เราเองทำการแก้ไขคือการทำไม่ให้ตัวแบบเรานั้นหน้าดำซึ่งวิธีแก้นั้นจะมีอยู่ 3 วิธีด้วยกันได้แก่

     1. ใช้การวัดแสงแบบเฉพาะจุดวัดแสงที่บริเวณแก้มของตัวแบบ ( วิธีการนี้อาจทำให้ฉากหลังว่างเกินไป)
     2. ใช้แฟลชช่วยเติมแสงบริเวณใบหน้า
     3. ใช้ Reflex ในการเติมแสงบริเวณใบหน้า ( วิธีนี้จะให้แสงที่นุ่มและมีมิติมากกว่าการใช้แฟลชธรรมดา แต่ต้องมีคนช่วยถือให้)

     จากสามวิธีการข้างต้นนั้นจะทำให้เราสามารถถ่ายภาพย้อนแสงโดยมีประกายที่เส้นผมได้ โดยที่ไม่ทำให้ตัวแบบของเราหน้าดำอีกต่อไป วิธีการนี้ไม่ยากและนำไปปรับใช้กับสถานะการณ์ต่างๆได้ไม่ยากครับ
การถ่ายภาพบุคคลร่วมกับทิวทัศน์
     ในหลายๆครั้งที่เราต้องถ่ายภาพบุคคลร่วมกับฉากหลังโดยที่เราจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับทั้งสองอย่างเช่น การไปถ่ายรูปในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆหรือการถ่ายรูปกับสถานที่สำคัญ เรามักพบว่าโดยทั่วไปมักจะวางตัวแบบไว้ตรงกลางภาพซึ่งในหลายครั้งตัวแบบของเราจะไปบดบังภาพทิวทัศน์เบื้องหลัง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมีวิธีง่ายๆที่จะทำให้ทั้งสองสิ่งอยู่ร่วมกันได้ ใน Tips&Trick ฉบับที่แล้ว เราพูดถึงการวางจุดสนใจในภาพซึ่งเราสามารถนำหลักการนั้นมาใช้งานร่วมกับการถ่ายภาพบุคคลได้เช่นกัน โดยให้เราทำการวางคนไว้ด้านซ้ายหรือด้านขวาภาพตามกฎของจุดตัด 9 ช่อง (ดูรายละเอียดจุดตัด 9 ช่องได้ใน Tips ฉบับก่อน) จะทำให้สามารถเก็บภาพของทิวทัศน์เบื้องหลังและภาพของตัวแบบเอาไว้ได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ อีกวิธีการหนึ่งก็คือถ้าหากว่าเราต้องการถ่ายร่วมกับตึกหรือสิ่งที่มีลักษณะเป็นทรงตั้ง ให้เราจัดองค์ประกอบภาพเหมือนกับเป็นการถ่ายภาพคู่ก็ได้โดยให้จินตนาการว่าสถานที่นั้นๆเป็นคนอีกคนหนึ่ง ดังรูปที่สองด้านล่างที่เป็นคนถ่ายคู่กับโดมของธรรมศาสตร์
 คัดลอกจาก  thaweeyont.com

ฟรี E-BOOKแสงกับการถ่ายภาพ LIGHTING FOR PHOTOGRAPHY


แสง เป้นสิ่งสำคัญ ที่ คนหลังกล้อง คิดจะเล่นกล้องหรือรักจะถ่ายภาพ จำเป็นต้องรู้ เพราะ แสง(สี) จึงทำให้เกิดภาพ และมิติของภาพก็เกิดจากแสง ภาพจะน่าสนใจหรือไม่น่าสนใจ ก็อยู่ที่แสง


โดยหนังสือเล่มนี้ เป็นงานวิจัยด้วยเกี่ยวกับการใส่การ์ตูนลงไปในหนังสือ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ แก่นักศึกษา ซึ่งผมก็ชอบมากทีเดียวครับ

E-book เล่มนี้ เนื้อหาจะประกอบไปด้วยเรื่องของแสงเช่น  สภาพแสงที่เหมาะกับการถ่ายรูป   เรื่องของอุณหภูมิของสี และไวท์บาลาซน์ และที่สำคัญ ระบบการวัดแสงของกล้อง


LIGHTING FOR PHOTOGRAPHY
แสงกับการถ่ายภาพ ผศ.ศุภชัย ตันศิริ 

แสงกับการถ่ายภาพ เป็นเนื้อหาที่เหมาะกับผู้ที่สนใจการถ่ายภาพ มือใหม่ถึงมือเก่า

ไฟล์มาจากในงาน วันสถาปนาของม.รามคำแหง โดยอาจารย์ผศ.ศุภชัย ตันศิริ ท่านอนุญาตให้ เผยแพร่ได้ 




lighting_photography
lighting

Light-Painting
Light Painting

ดาวน์โหลด ฟรี E-BOOK เรื่องแสงกับการถ่ายภาพ

เทคนิคการถ่ายภาพทะเลให้สวย

 seascape-photography-by-noval-nugraha
เทคนิคการถ่ายภาพทะเล

    จริง ๆ แล้วหลักการการถ่ายภาพทะเล หรือ  Seascape  ก็ไม่มีอะไรมากครับ เพราะเราใช้เทคนิคเดียว กับการถ่ายภาพน้ำตกให้ดูนุ่ม และพริ้วไหว แค่เราปรับนิดหน่อยจากถ่ายน้ำตก มาถ่ายที่ทะเลแทน

สมาชิกหลาย ๆ ท่านอาจจะเคยพบกับปัญหาฟ้าหม่น หมอง หรือที่เรียกกันว่า "ฟ้าเน่า" มีแต่เมฆเต็มไปหมด เวลาที่ไปทะเล วันนี้มี เทคนิคการถ่ายภาพทะเลให้ภาพสวยงามในวันที่ฟ้าเน่า  โดยไม่ต้องซีเรียสเรื่องท้องฟ้า หรือก้อนเมฆเลย เพราะวันนี้เราจะแนะนำให้สมาชิก ไปจับจองโขดหินบริเวณริมชายหาด เพื่อจัด compose ของภาพให้ดูมีมิติ

จะเป็นทะเลนิ่ง ๆ หรือว่าจะเน้นคลื่นที่ซัดเข้าฝั่ง ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละท่านนะครับ 


 เทคนิคการถ่ายภาพทะเลสงบ ๆ เรียบ ๆ แบบนี้คือการถ่ายภาพโดย

--- ใช้ speed ต่ำมาก ๆ  longexposure  (1-10 วินาที) เพื่อให้ทะเลดูราบเรียบราวกับทะเลหมอกในยามเช้า
 หรือถ้าจะถ่ายจุดที่คลื่นซัดเข้าฝั่ง เราก็จะได้ภาพเกลียวคลื่นที่ดูพริ้วไหว หรือถ้าเราใช้สปีดต่ำมาก ๆ ภาพที่ได้จะเหมือนไอหมอกคลุมเหนือพื้นน้ำหรือโขดหินนั่นเอง และเพื่อให้ใช้ shutter speed ต่ำ ๆ ขนาดนี้ได้เราจึงต้องเลือก
---ใช้รูรับแสงแคบ ๆ (f/8 – f/22) และ ISO (ความไวแสง) น้อย ๆ เพื่อให้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำที่สุด นอกจากนี้ช่วงเวลาที่ถ่ายภาพแนวนี้ควรเป็นช่วงเช้าตรู่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเล็กน้อย หรือหลังพระอาทิตย์ตกดินเพราะเป็นช่วงที่แสงน้อยส่งผลให้ shutter speed ต่ำแบบที่เราต้องการ แถมด้วยแสงช่วงนี้จะเป็นโทนสีน้ำเงิน, สีชมพู, หรือสีเหลืองส้มแล้วแต่กรณีซึ่งทำให้ภาพดูงดงามไปอีกแบ

---ใช้   ISO  ต่ำสุดที่กล้องจะให้ได้ เพราะเราเปิดหน้ากล้องนานถ้าใช้ ISO สูง ภาพที่ได้อาจจะสว่างมากเกินไป และหาก ISO ต่ำสุดแล้ว แต่ภาพที่ได้ยังสว่างมาก เราอาจจะต้อง
--- ใช้ แผ่น filter ลดแสง เช่น ND filter , Graduated ND Filter หรือ CPL Filter ก็ได้

และเมื่อใช้ shutter speed ต่ำขนาดนี้สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ

---- ขาตั้งกล้อง เพื่อให้ภาพไม่สั่นไหวหรือถ้าไม่มีจะวางกล้องบนโขดหิน, ขอนไม้ หรืออะไรก็ได้ที่ทำให้กล้องไม่สั่นไหวขณะที่บันทึกภาพ (สั่นไหวไม่เท่าไหร่ ระวังมันตกน้ำ อิอิ) นอกจากนี้อาจใช้สายลั่นชัตเตอร์หรือตั้งเวลาถ่ายภาพเพื่อให้กล้องนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้


Shutter speed longexposure by 9comeback
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ควรถ่ายในช่วงเวลา เช้า หรือเย็นเพื่อให้ได้ภาพที่มีมิติแสงสีที่สวยงามมากขึ้น

บทความเพิ่มเติิมแบบละเีอียด krungshing.com , http://pantip.com/topic/30298137