Showing posts with label เรียนถ่ายภาพ. Show all posts

เทคนิคการถ่ายภาพงานแต่ง แบบพื้นบ้าน

                  การแต่งงานในชนบทบ้านเรา  ส่วนมากสถานที่จัดงานก็จะเป็นบ้านของเจ้าสาว ซึ่งส่วนใหญ่สภาพแสงค่อนข้างจะน้อย และพื้นที่จัดงานค่อนข้างจะแคบ การจะหามุมถ่ายภาพนั้นค่อนข้างจะลำบาก ผมเองก็ได้รับไว้วานให้เป็นตากล้องจำเป็นอยู่บ่อยครั้ง ปัญหาที่พบส่วนใหญ่คือ ถ่ายยังไงก็ติดหัว ติดหลัง ติดกำแพง จะได้ภาพเจ้าบ่าวเจ้าสาวสวย ๆ นั้นช่างยากเย็น   เราในฐานะช่างภาพจำเป็น ควรจะคุยกับเจ้าบ่าวเจ้าสาวก่อน เพื่อขอพื้นที่ ว่าง ๆ ไว้ให้เราถ่ายภาพซักหน่อย ถามให้เรียบร้อยว่าต้องการเน้นใครเป็นพิเศษไหม พ่อแม่ญาติผู้ใหญ่ของเจ้าบ่าวเจ้าสาวคือใคร  และควรไปถึงงานก่อนงานเริ่ม เพื่อ ลองเทสกล้องและอุปกรณ์ให้พร้อม ไฟ แฟรช กล้อง เลนส์  แบตเตอรี่ พร้อมไหม ลองถ่ายและปรับค่ากล้องไว้คร่าว ๆ  และ คุยกับเจ้าบ่าวเจ้าสาว เรื่องสถานที่ หันหน้าทิศไหน นั่งตำแหน่งไหน และอาจแนะนำ เจ้าบ่าวเจ้าสาว คร่าว ๆ เรื่องมุมกล้อง ตำแหน่งนั่ง อาจจะหารูปงานแต่งงานของคนอื่น ๆ ให้ เจ้าบ่าวเจ้าสาวดูคร่าว ๆ เพื่อเป็นไอเดีย

ภาพประกอบจาก weddingsquare.com

ตัวอย่างคำถามและคำตอบสำหรับตากล้องจำเป็น แบบผม คือ มีกล้อง DSLR ตัวเล็ก ๆ และเลนส์คิดส์

คำถาม: สอบถามผู้รู้ครับ พอดีเดือนหน้าจะเป็นตากล้องจำเป็นงานแต่งเพื่อนอ่ะคับ
เลยสอบถามผู้รู้ว่าผมควรซื้ออุปกรณืไรเพิ่มเติมบ้าง
ตอนนี้ใช้ EOS 1000D+Kid กะ 50 mm f1.8 เท่านี้คับ
เลยสอบถามว่าต้องมีไรเพิ่มเติมอีกบ้างขอบคุงคับ

คำตอบ: เอาแบบบ้านๆ เลยนะ สำหรับมือใหม่ไม่โปร

1.ออกตัวกับเพื่อนก่อนว่าอย่าคาดหวังกับภาพมาก เพราะไม่มีประสบการณ์
ถ้าเพื่อนไม่พอใจภาพจะเสียเพื่อน

2.ภาพพีธีการใช้เลนส์คิทนั่นแหละไม่ต้องหาเลนส์อะไรเพิ่มแล้ว

3.Flash แฟลชนอกหามาใช้โดยด่วน ไม่มีงานพิธีที่ไหนมีแสงพอ

     Flash ต้องมี Diffuser หรือตัวช่วยกระจายแสง พยายามอย่ายิงแฟรชตรง ๆ  หากยิแสงงแฟรชตรงไปยังเป้าหมาย แสงอาจแข็งและแบนไป จากการใช้แฟลช หรือใช้วิธีเงยแฟลชเฉียงขึ้น 45 องศา ให้แฟลชสะท้อนเพดานก็ได้ แต่ เพดานต้องไม่สูงจนเกินไป หรือจะสะท้อนกำแพงด้านข้างก็ได้  (นี่คือ 1 เหตุผลที่เราจะไปให้ถึงงานก่อน เพราะต้องเทสแสงแฟรช หากสภาพแสงที่งานไม่พอ)



4.ไม่ต้องไปคิดหามุมอาร์ตๆ สวิงสวายอะไรมาก เก็บบรรยากาศให้ครบถ้วน
จังหวะสำคัญอย่าให้พลาด หัว แขน ขา อย่าให้ขาดเป็นใช้ได้

5.ถ่ายในอาคาร ถ้าเพดานเป็นสีขาวหรือสีอ่อน ตั้ง S/60 f/5.6 ISO400
แฟลชตั้งแมนวลเบาซ์กับเพดาน งัดเบาซ์การ์ดเปิดเงาที่แบบหน่อย
ปรับตั้งกำลังไฟไม่ให้เกินแรงแฟลชมากแต่อย่าให้ภาพอันเดอร์

6.ถ่ายนอกอาคาร ปรับแฟลชให้ใช้ E-TTL ยิงตรง คอยดูว่าค่าสปีดเกิน X-Sync รึเปล่า
แฟลชนอกถูกๆ ไม่มี Hi-speed Sync วีธีแก้ ตั้งโหมด TV ไว้ที่ 1/200
หรือ 1/250 แล้วแต่กล้อง ถ้าวัดแสงแล้วเกิน X-Sync หมุนมาที่โหมด TV
แล้วก็ยิงแฟลชไปเรื่อยๆ

7.จังหวะไหนในพิธีกินเวลาเนิ่นนาน เปลี่ยนเลนส์ เอา 50 f/1.8
มาเก็บฟิลลิ่งของบ่าว-สาวให้หวานๆ

8.พ่อแม่ ญาติพี่น้องคนสำคัญของบ่าวสาว เก็บให้ครบถ้วน ถ้าไม่รู้จัก
ไปถามบ่าว-สาวให้รู้จักไว้

9.องค์ประกอบภาพ ไม่ต้องเทพมาก ถ่ายหลวมๆ เข้าไว้ แล้วค่อยมาครอปเอาที่หลัง
จำไว้เสมอ "หลวมครอปได้ คับไปกรูจะทำไงหว่า"

10.หมั่นสังเกตุเสี้ยนตาในเฟรม อย่าให้มีอะไรรกหูรกตาในเฟรม
ถ้าเห็นรีบเอาออกด้วยความสุภาพ  ใครไม่ควรอยู่ในเฟรม หรือบังมุมบอกเขาด้วยความสุภาพ ขอเก็บภาพมุมนี้หน่อยครับ

11.จังหวะสำคัญ ถ่ายไม่ทัน อย่าอาย ตะโกนไปเลย ช้าๆ ครับ ช้าๆ ครับ
อย่าอายที่ขอเทค 2 เทค 3 เพื่อให้ได้ภาพสวย ๆ ให้เจ้าบ่าวเจ้าสวว แต่ต้องสุภาพ ไม่งั้นอาจโดนเขม่นได้

12.อยู่ติดกับบ่าว-สาวตลอดเวลาเพราะเป็นวันของเขา
ถ้ามีเวลาเหลือเก็บบรรยากาศและรายละเอียดต่างๆ ของงานให้มากที่สุด

13.แบตกล้อง เมมโมรี่ แบตแฟลช มีเผื่อเหลือไว้เป็นดี ถ้าขาด วุ่นวายแน่นอน

14.ถ้ายังไม่ชัวร์ในการอ่านค่าแสง การวัดแสงและการเลือกโหมดวัดแสงรวมถึงการชดเชยแสง
ถ่ายเป็น RAW ไว้ จะช่วยชีวิตและรักษาหน้าไว้ได้อย่างแน่นอน

15.ไม่ต้องตื่นเต้น     แหงะหน้าออกมาจากวิวไฟน์เดอร์บ้าง
หมั่นดูรอบๆ ตัว ว่าบรรยากาศในงานมีอะไรน่าสนใจ
อาจจะแคนดิต เพื่อน พี่น้อง ญาติผู้หลักผู้ใหญ่บ้าง
ถ่าย Shot  Close-up เก็บมาบ้าง เช่นแหวนแต่งงานในมือเจ้าสาว สมุดแสดงความยินดี เค้กแต่งงาน และรายละเอียด เล็ก ๆ น้อย อื่น ๆ ฯลฯ จะดูโปรมากยิ่งขึ้น

16.การถ่ายภาพหมู่เช็ครูรับแสงให้ดี อย่าเปิดกว้างนัก เพราะเราต้องการชัดทุกคน ควรตั้ง F/11 เพื่อเก็บรายละเอียดให้ครบ หรือจะเล่น Background ให้ดีใช้ F/8 หรือ F/5.6  การถ่ายภาพหมู่อาจให้หันไปในทางเดียวกันแทนการยืนแบบเรียงหน้ากระดาน อาจจะลองมุมก้ม มุมเงย ดู เพื่อให้ได้ภาพที่มีชีวิตชีวา

สุดท้าย ถ่ายไม่สวยที่สุด ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่การที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่ง
ของช่วงเวลาพิเศษร่วมกับเพื่อน และเราเป็นผู้บันทึกภาพประทับใจนั้นไว้
จะเป็นความภาคภูมิใจ และเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับการบันทึกความทรงจำ


เครดิต คุณสู้สู้...
จาก http://www.ตาklong.com/marketplace/show-marketplace.php?No=50887

เทคนิคง่าย ๆ ของการถ่ายภาพบุคคลให้สวย

โฟกัสที่ตา
Image by darkmatter
     หลักการสำคัญข้อแรกของการถายภาพบุคคลคือการโฟกัสที่ดวงตา เนื่องจากดวงตานั้นเป็นส่วนสำคัญที่สุดในภาพเนื่องจากเป็นสิ่งที่บ่งบอกและแสดงถึงอารมณ์ของภาพ ถ้าหากว่าเราไม่ได้โฟกัสที่ดวงตาและทำให้ตาไม่ชัดนั้นตัวแบบที่เราถ่ายจะดูเหมือนคนสุขภาพไม่ดีดูเหมือนคนป่วยทำให้ภาพขาดความน่าสนใจไปในทันที เหตุที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการถ่ายภาพบุคคลนั้นเรามักจะใช้รูรับแสงที่กว้างซึ่งจะทำให้มีระยะชัดลึกที่น้อย ถึงแม้ว่าเราจะทำการโฟกัสที่ใบหน้าแล้วก็ตามแต่หลายครั้งเอาอาจพบกรณีที่จมูกชัดแต่ดวงตาไม่ชัดหรือบางครั้งเป็นแก้มหรือว่าใบหูชัดแต่ดวงตาไม่ชัดก็มี การโฟกัสที่ดวงตาให้ชัดนั้นบางครั้งบริเวณไหล่หรือว่าใบหูไม่ชัดก็จะยังสามารถเป็นภาพที่ดีได้ ดวงตานั้นเป็นหน้าต่างของหัวใจการโฟกัสดวงตาให้ชัดจึงสำคัญเป็นประการแรก

อย่าตัดบริเวณข้อต่อ

     หลักการสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือการจัดองค์ประกอบภาพนั้นอย่าตัดกรอบภาพบริเวณข้อต่อ ซึ่งจะได้แก่ คอ ข้อศอก ข้อมือ เอว หัวเข่า ข้อเท้า เนื่องจากจะทำให้อารมณ์ภาพนั้นดูไม่ดี ความรู้สึกของคนดูภาพจะรู้สึกเหมือนว่าตัวแบบของเรานั้นแขนหรือขาขาดได้ การตัดกรอบภาพบริเวณแขนขาหรือลำตัวนั้นทำได้เพียงแต่เราต้องไม่ตัดบริเวณข้อต่อเท่านั้นเอง เนื่องจากข้อต่อต่างๆเป็นจุดเชื่อมต่อของร่างกายอยู่แล้ว การตัดบริเวณข้อต่อนั้นจะเป็นการเน้นย้ำความรู้สึกคนดูภาพว่าอวัยวะส่วนนั้นอาจขาดหายไปได้มากจนเกินไป การระวังไม่ตัดบริเวณข้อต่อจะทำให้ได้ภาพที่ดีกว่า
สื่อสารกับตัวแบบของคุณให้ชัดเจน
     เพราะว่าการถ่ายภาพ Portrait นั้นช่างภาพไม่ได้ทำงานคนเดียวเหมือนกับการถ่ายภาพแนวอื่นเช่นการถ่ายภาพทิวทัศน์ การถ่ายภาพบุคคลนั้นจึงเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ถ่ายและตัวแบบ ซึ่งต้องมีการสื่อสารพูดคุยกันว่าอย่างได้อารมณ์และท่าทางแบบไหน ศิลปะในการสื่อสารจึงเป็นสิ่งสำคัญประการแรกเลย คืออย่าทำให้ตัวแบบเรามีความเครียดอย่างเด็ดขาด เพราะว่าจะทำให้ไม่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ที่เป็นธรรมชาติออกมาได้ พยายามบอกเล่าและสื่อสารกันให้เข้าใจให้ได้ ว่าท่านต้องการอารมณ์และท่าทางแบบไหน เมื่อสามารถสื่อสารได้ตรงกันแล้วเชื่อแน่นอนได้ว่า คุณจะได้อารมณ์ของภาพแบบที่คุณต้องการได้ไม่ยากนัก
ปล่อยให้เขาเป็นในแบบที่เขาเป็น
     ในการถ่ายภาพบุคคลบางอย่างเช่นภาพแนววิถีชีวิต แนวสารคดีหรือว่าแนวอื่นๆก็ตาม บางครั้งเราต้องถ่ายภาพเพื่อสื่อความเป็นตัวตนของคนๆนั้นออกมา มากกว่าการที่จะให้คนๆนั้นทำตาม Concept ที่เราวางเอาไว้ ซึ่งภาพแนวนี้เราต้องมองให้เห็นและดึงความเป็นตัวตนของเขาออกมา โดยปล่อยให้เขาเป็นในแบบที่เขาเป็น ซึ่งสำหรับภาพแนววิถีชีวิตหรือแนวสารคดีนั้น การเดินเข้าไปถ่ายตรงๆนั้นค่อนข้างจะเสียมารยาทและทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้บ่อย การที่คนมีกล้องมีสิทธิ์ที่จะถ่ายภาพนั้นคนถูกถ่ายก็มีสิทธิ์ที่จะไม่ให้ถ่ายได้พอๆกัน เราควรที่จะเข้าไปพบปะพูดคุยกันเสียก่อนแสดงความเป็นมิตรกับผู้ที่เราจะถ่ายภาพเขา ถ้าหากว่าเราผูกมิตรกับเขาได้โอกาสที่จะได้ภาพสวยๆนั้นมีความเป็นไปได้สูงครับ บางครั้งเราอาจต้องพูดคุยไปถ่ายไปและคอยจับกริยาท่าทางของเขาและก็ค่อยๆถ่ายไป แน่นอนครับในหลายๆครั้งเราต้องรอจับจังหวะถ่ายเอาเอง เพราะการจะบอกให้เขาทำท่าตามที่เราต้องการนั้นบางครั้งจะทำให้เขาเกร็งได้ครับ อย่างภาพตัวอย่างนี้ผมถ่ายภาพ “แป๊ะหลี” ซึ่งเป็นพ่อค้าขายกาแฟคนดังแห่งตลาดคลองสวนครับ ก็ต้องอาศัยเข้าไปนั่งพูดคุยกันอยู่สักพักถึงจะได้รูปดีๆมาครับ
Window light
     การควบคุมทิศทางแสงนั้นถือเป็นเทคนิคสำคัญอย่างหนึ่งของการถ่ายภาพบุคคลให้มีความแตกต่าง ในสถานะการณ์ต่างๆนั้นก็จะมีสภาพแสงที่แตกต่างกันไป ซึ่งเราต้องหาให้เจอว่าจะใช้งานแต่ละสภาพแสงนั้นๆอย่างไร หนึ่งเทคนิคที่สามารถใช้งานได้ง่ายคือการใช้งานแสงที่เข้ามาเพียงด้านเดียว ซึ่งจะเรียกว่า Window light เทคนิคนี้ใช้งานไม่ยากและสร้างความแตกต่างในภาพได้ดี เราสามารถใช้เทคนิคนี้ได้โดยการหาสถานที่ที่มีแสงเข้ามาด้านเดียว เช่นด้านข้างหน้าต่าง ประตู หรือว่าช่องกำแพงก็ได้ ขอให้เป็นสถานที่ๆสามารรถบีบให้แสงเข้ามาจากด้านเดียวได้ แล้วจัดให้แสงเข้ามาด้านข้างของตัวแบบ เท่านี้เราก็จะได้ภาพแสงที่แตกต่างจากปกติอยู่พอสมควรแล้วซึ่งเทคนิคนี้ไม่ยากจนเกินไปนัก อยู่ที่เราจะสามารถหาสภาพแสงในสถานที่นั้นๆได้หรือไม่ จากภาพตัวอย่างข้างล่างเป็นภาพที่ให้ตัวแบบยืนข้างๆช่องแสง เพื่อให้มีแสงเข้ามาทางด้านขวาของภาพเพียงด้านเดียว ทำให้ได้ภาพที่มีลักษณะแปลกตาและน่าค้นหามากขึ้น
ถ่ายภาพย้อนแสง
     หลายครั้งเราอาจเคยได้ยินว่าการถ่ายภาพย้อนแสงนั้นจะให้ให้ตัวแบบหน้าดำและได้ภาพที่ไม่ดี แต่ในความเป็นจริงแล้วการถ่ายภาพบุคคลย้อนแสงนั้นมีสิ่งที่ซ่อนอยู่ โดยเราจะได้ประกายของเส้นผมเกิดขึ้นจากการถ่ายภาพย้อนแสง ซึ่งสิ่งที่เราเองทำการแก้ไขคือการทำไม่ให้ตัวแบบเรานั้นหน้าดำซึ่งวิธีแก้นั้นจะมีอยู่ 3 วิธีด้วยกันได้แก่

     1. ใช้การวัดแสงแบบเฉพาะจุดวัดแสงที่บริเวณแก้มของตัวแบบ ( วิธีการนี้อาจทำให้ฉากหลังว่างเกินไป)
     2. ใช้แฟลชช่วยเติมแสงบริเวณใบหน้า
     3. ใช้ Reflex ในการเติมแสงบริเวณใบหน้า ( วิธีนี้จะให้แสงที่นุ่มและมีมิติมากกว่าการใช้แฟลชธรรมดา แต่ต้องมีคนช่วยถือให้)

     จากสามวิธีการข้างต้นนั้นจะทำให้เราสามารถถ่ายภาพย้อนแสงโดยมีประกายที่เส้นผมได้ โดยที่ไม่ทำให้ตัวแบบของเราหน้าดำอีกต่อไป วิธีการนี้ไม่ยากและนำไปปรับใช้กับสถานะการณ์ต่างๆได้ไม่ยากครับ
การถ่ายภาพบุคคลร่วมกับทิวทัศน์
     ในหลายๆครั้งที่เราต้องถ่ายภาพบุคคลร่วมกับฉากหลังโดยที่เราจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับทั้งสองอย่างเช่น การไปถ่ายรูปในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆหรือการถ่ายรูปกับสถานที่สำคัญ เรามักพบว่าโดยทั่วไปมักจะวางตัวแบบไว้ตรงกลางภาพซึ่งในหลายครั้งตัวแบบของเราจะไปบดบังภาพทิวทัศน์เบื้องหลัง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมีวิธีง่ายๆที่จะทำให้ทั้งสองสิ่งอยู่ร่วมกันได้ ใน Tips&Trick ฉบับที่แล้ว เราพูดถึงการวางจุดสนใจในภาพซึ่งเราสามารถนำหลักการนั้นมาใช้งานร่วมกับการถ่ายภาพบุคคลได้เช่นกัน โดยให้เราทำการวางคนไว้ด้านซ้ายหรือด้านขวาภาพตามกฎของจุดตัด 9 ช่อง (ดูรายละเอียดจุดตัด 9 ช่องได้ใน Tips ฉบับก่อน) จะทำให้สามารถเก็บภาพของทิวทัศน์เบื้องหลังและภาพของตัวแบบเอาไว้ได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ อีกวิธีการหนึ่งก็คือถ้าหากว่าเราต้องการถ่ายร่วมกับตึกหรือสิ่งที่มีลักษณะเป็นทรงตั้ง ให้เราจัดองค์ประกอบภาพเหมือนกับเป็นการถ่ายภาพคู่ก็ได้โดยให้จินตนาการว่าสถานที่นั้นๆเป็นคนอีกคนหนึ่ง ดังรูปที่สองด้านล่างที่เป็นคนถ่ายคู่กับโดมของธรรมศาสตร์
 คัดลอกจาก  thaweeyont.com

เทคนิคการถ่ายภาพทะเลให้สวย

 seascape-photography-by-noval-nugraha
เทคนิคการถ่ายภาพทะเล

    จริง ๆ แล้วหลักการการถ่ายภาพทะเล หรือ  Seascape  ก็ไม่มีอะไรมากครับ เพราะเราใช้เทคนิคเดียว กับการถ่ายภาพน้ำตกให้ดูนุ่ม และพริ้วไหว แค่เราปรับนิดหน่อยจากถ่ายน้ำตก มาถ่ายที่ทะเลแทน

สมาชิกหลาย ๆ ท่านอาจจะเคยพบกับปัญหาฟ้าหม่น หมอง หรือที่เรียกกันว่า "ฟ้าเน่า" มีแต่เมฆเต็มไปหมด เวลาที่ไปทะเล วันนี้มี เทคนิคการถ่ายภาพทะเลให้ภาพสวยงามในวันที่ฟ้าเน่า  โดยไม่ต้องซีเรียสเรื่องท้องฟ้า หรือก้อนเมฆเลย เพราะวันนี้เราจะแนะนำให้สมาชิก ไปจับจองโขดหินบริเวณริมชายหาด เพื่อจัด compose ของภาพให้ดูมีมิติ

จะเป็นทะเลนิ่ง ๆ หรือว่าจะเน้นคลื่นที่ซัดเข้าฝั่ง ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละท่านนะครับ 


 เทคนิคการถ่ายภาพทะเลสงบ ๆ เรียบ ๆ แบบนี้คือการถ่ายภาพโดย

--- ใช้ speed ต่ำมาก ๆ  longexposure  (1-10 วินาที) เพื่อให้ทะเลดูราบเรียบราวกับทะเลหมอกในยามเช้า
 หรือถ้าจะถ่ายจุดที่คลื่นซัดเข้าฝั่ง เราก็จะได้ภาพเกลียวคลื่นที่ดูพริ้วไหว หรือถ้าเราใช้สปีดต่ำมาก ๆ ภาพที่ได้จะเหมือนไอหมอกคลุมเหนือพื้นน้ำหรือโขดหินนั่นเอง และเพื่อให้ใช้ shutter speed ต่ำ ๆ ขนาดนี้ได้เราจึงต้องเลือก
---ใช้รูรับแสงแคบ ๆ (f/8 – f/22) และ ISO (ความไวแสง) น้อย ๆ เพื่อให้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำที่สุด นอกจากนี้ช่วงเวลาที่ถ่ายภาพแนวนี้ควรเป็นช่วงเช้าตรู่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเล็กน้อย หรือหลังพระอาทิตย์ตกดินเพราะเป็นช่วงที่แสงน้อยส่งผลให้ shutter speed ต่ำแบบที่เราต้องการ แถมด้วยแสงช่วงนี้จะเป็นโทนสีน้ำเงิน, สีชมพู, หรือสีเหลืองส้มแล้วแต่กรณีซึ่งทำให้ภาพดูงดงามไปอีกแบ

---ใช้   ISO  ต่ำสุดที่กล้องจะให้ได้ เพราะเราเปิดหน้ากล้องนานถ้าใช้ ISO สูง ภาพที่ได้อาจจะสว่างมากเกินไป และหาก ISO ต่ำสุดแล้ว แต่ภาพที่ได้ยังสว่างมาก เราอาจจะต้อง
--- ใช้ แผ่น filter ลดแสง เช่น ND filter , Graduated ND Filter หรือ CPL Filter ก็ได้

และเมื่อใช้ shutter speed ต่ำขนาดนี้สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ

---- ขาตั้งกล้อง เพื่อให้ภาพไม่สั่นไหวหรือถ้าไม่มีจะวางกล้องบนโขดหิน, ขอนไม้ หรืออะไรก็ได้ที่ทำให้กล้องไม่สั่นไหวขณะที่บันทึกภาพ (สั่นไหวไม่เท่าไหร่ ระวังมันตกน้ำ อิอิ) นอกจากนี้อาจใช้สายลั่นชัตเตอร์หรือตั้งเวลาถ่ายภาพเพื่อให้กล้องนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้


Shutter speed longexposure by 9comeback
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ควรถ่ายในช่วงเวลา เช้า หรือเย็นเพื่อให้ได้ภาพที่มีมิติแสงสีที่สวยงามมากขึ้น

บทความเพิ่มเติิมแบบละเีอียด krungshing.com , http://pantip.com/topic/30298137

SUNNY 16 RULE

SUNNY 16 RULE

SUNNY 16 RULE

กฎ Sunny 16 เป็นกฎเก่าแก่ ในสมัยใช้ฟิล์ม ซึ้งไม่มีเครื่องวัดแสงในการถ่ายรูปครับ จริงๆแล้วไม่น่าจะเรียกว่ากฎนะเพียงแต่เป็นการบอกต่อๆกันมาว่ามันใช้ได้  กฎนี้ไม่มีอะไรมากครับ เป็นการเดาล้วนๆ หรือการคาดคะเนแสงตามช่วงเวลานั้นๆ


กฎมีอยู่ว่า iso = 100 และ speed shutter = 1/iso หรือ 100= 1/125 ในสมัยนั้น
F22 = ถ่ายหิมะกลางแดด
F16 = แสงแดดจัด
F11 =ฟ้ามืดครึ้มเล็กน้อย
F8 =ฟ้ามืดครึ้ม เมฆมาก ยังพอเห็นเงาจางๆ
F5.6 =ฟ้ามืดครึ้มมาก ไม่มีเงา
F4 =ถ่ายในร่ม หลังพระอาทิตย์ตก

Aperture ระยะห่าง 1stop
1 , 1.4 , 2 , 2.8 , 4 , 5.6 , 8 , 11 , 16 , 22 , 32 ,…….
Speed shutter ระยะห่าง 1 stop
4" ,  2",  1" , 1/2 ,  1/4 , 1/8 , 1/16 , 1/30 , 1/60 , 1/100, 1/200 , 1/400 , 1/800 , 1/1600 , …
ISO ระยะห่าง 1 stop
100 , 200 , 400 , 800 , 1600 , 3200 , 6400 , …

การใช้กฎ Sunny 16 นี้ก็ง่าย ๆ
สมมุติ เราถ่ายรูปกันสักเที่ยงตรง แดดเปรี้ยงๆเลย เราจะถ่ายวิวเราก็ตั้งกล้องเลย
F=16  speed = 1/200iso 200 (นิคเราส่วนมากisoเริ่มที่200) กดถ่ายปับดูภาพทันทีส่วนมากเราจะได้รูปสวยแสงพอดี
การประยุกต์ใช้เช่นเราจะถ่ายดอกไม้กลางแดดเข้า สูตรเลยครับ F=16  speed = 1/200 iso 200 เราได้ภาพที่ดีครับ

แต่ เราไม่ได้ชัดตื้น แล้วเราทำไงล่ะ!!!
การได้ภาพชัดตื้น เราต้องการ F กว้างๆใช้ไหมสมมุติถ้าเลนส์เราเปิดกว้างได้ F4 จากเดิมเราใช้ F16 ซึ้งห่างกัน 4stop
หมายความว่าเลนส์เรารับแสงเพิ่มขึ้น 4stop เพราะฉะนั้นเราต้องทำให้แสงลดลง 4 stop โดยการ ปรับSpeed shutter
เพิ่มขึ้น 4 stop จาก 1/200เป็น1/3200
เราจะได้ชัดตื้นของดอกไม้ F=4  speed = 1/3200 iso 200

สรุป Sunny 16 ปัจจุบันเราใช้ระบบ Digital มีระบบวัดแสงแล้ว
         การวัดแสงไม่ต้องมาคาดเดากัน กฎ Sunny 16 rule จึง ถูกลดบทบทลง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะหายสาบสูญหรือใช้งานไม่ได้แต่จะใช้ได้ในบางสถานการณ์ หรือกล้องเรายังแม่นยำอยู่ไม่หลอกเราจนทำให้แสงสีเพี้ยนไป และกฎ Sunny 16 rule ยังสามารถนำมาเป็นไกด์ไลในการวัดแสงของเราก็ได้ครับกดถ่ายปุบไม่ถูกใจปรับอีกนิดหน่อยก็ได้แล้วครับ  ศึกษากฏ Sunny 16 ไว้ไม่เสียหายครับ